ประกันภัยรถยนต์

ประกันรถยนต์ แต่ละชั้น

ประกันรถยนต์ชั้นไหน ? ที่เหมาะกับคุณ

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ความคุ้มครอง ครบที่สุดไม่ว่าจะชนกับอะไร ก็ซ่อมรถให้เราทุกกรณี

ประกันชั้น 1 เหมาะกับใคร
คนขับมือใหม่ พึ่งออกรถมาใหม่ – ใหม่ทั้งคนทั้งรถ แน่นอนว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ โดยไม่ได้ตั้งใจสูง กว่าจะชินกับรถก็น่าจะมีหลายแผล เพราะฉะนั้นคุ้มครองให้ครบไว้ดีกว่าครับ
มีประวัติชนเสา ชนฟุตบาท มากกว่าชนรถ – เพราะประกันชั้น 1 เป็นเพียงประกันชั้นเดียวที่จะซ่อมรถให้เราในการชน แบบไม่มีคู่กรณี
พร้อมจ่ายเงินประกันหลักหมื่น – ประกันชั้น 1 มีราคาแพงที่สุดในทุกชั้นประกัน เพราะแลกมาด้วยความคุ้มครองที่สูงที่สุด

* ประกันรถยนต์ชั้น 1 จำกัดอายุรถที่จะทำได้ สูงสุดที่ 12 ปี

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้น 1 แค่ ‘ไม่คุ้มครองการชนแบบไม่มีคู่กรณี’ ที่เหลือเหมือนกันหมด

ประกันชั้น 2+ เหมาะกับใคร
คนขับมือเก๋า ที่ออกรถใหม่ – เพราะประกันชั้น 2+ ยังมีความคุ้มครองที่ครบ ยกเว้นแค่การชนแบบไม่มีคู่กรณี ถ้าเป็น คนขับรถมานานจะไม่ค่อยเกิดเหตุ แต่ทำเผื่อไว้กรณีรถหายไฟไหม้ หรือ มีรถคันอื่นมาชนเราครับ
ไม่มีประวัติ ชนฟุตบาท ชนเสา และจอดรถในที่ปลอดภัยเสมอ – เพราะประกันชั้น 2+ ไม่คุ้มครองกรณีชนสิ่งของ รวมไปถึงการโดนชนแล้วหนีด้วยนะครับ
อยากประหยัดเงิน – ประกันชั้น 2+ คุ้มครองต่างจาก ประกันชั้น 1 แค่เรื่องการชนแบบไม่มีคู่กรณี แต่ ราคาห่างกัน ครึ่งต่อครึ่ง

* รถทำประกันรถยนต์ชั้น 2+ ยังสามารถย้ายกลับไปทำประกันชั้น 1 ได้ถ้าอายุรถยังไม่เกิน 12 ปี

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ คุ้มครองรองลงมาจาก ประกันชั้น 1 และ ประกันชั้น 2+ ไม่คุ้มครองรถหาย/ไฟไหม้

ประกันชั้น 3+ เหมาะกับใคร
คนขับมือเก๋า ที่จอดรถปลอดภัย – เพราะประกันชั้น 3+ ต่างกับประกันชั้น 2+ แค่ไม่มีคุ้มครองรถหาย/ไฟไหม้ ที่เหลือ เหมือนกันทุกอย่าง การจอดรถในที่ปลอดภัยก็จะไม่เสี่ยงโดนขโมยและเกิดเหตุไฟไหม้
รถอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป – เพราะรถที่อายุมากหน่อยจะไม่ล่อตาขโมยเท่ารถใหม่ที่ขายได้ราคาแน่ๆ
อยากประหยัดมากกว่าประกันชั้น 2+ – ประกันชั้น 3+ มีราคาถูกกว่า ประกันชั้น 2+ ประมาณ 1,000-2,000 บาทครับ

* ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ทำได้จนถึงอายุรถประมาณ 20 กว่าปีเลยครับ

ประกันรถยนต์ชั้น 2 คุ้มครองรถเรา แค่รถหาย/ไฟไหม้ อื่นๆซ่อมเองนะ

ประกันชั้น 2 เหมาะกับใคร
คนขับมือเก๋าสุดๆ แต่ออกรถใหม่ – การทำประกันชั้น 2 ต้องแน่ใจว่าจะไม่มีการชนเป็นฝ่ายผิดเลย เพราะถ้าชนแล้วเราเป็น ฝ่ายผิด เราต้องซ่อมรถตัวเองแล้วยังต้องรับผิดชอบค่าซ่อมฝ่ายตรงข้ามด้วย ประกันรถยนต์ชั้น 2 จะคุ้มครองรถเราแค่กรณี รถหาย/ไฟไหม้เท่านั้นครับ
รถใช้งานน้อย – การจอดไว้จะยังมีความเสี่ยงที่จะโดนขโมยได้อยู่ แต่ความเสี่ยงในการชนก็แทบจะไม่มีเลย ทำประกัน ชั้น 2 กันขโมยไว้เฉยๆได้เลยครับ

* ประกันชั้น 2 เป็นประกันรถยนต์ที่ถูกเลือกน้อยที่สุดในทุกๆชั้น

ประกันรถยนต์ชั้น 3 ไม่คุ้มครองรถเราทุกกรณีเน้นคุ้มครองคน และ ฝ่ายตรงข้าม

ประกันชั้น 3 เหมาะกับใคร
รถเก่าที่ประกันรถยนต์ชั้นอื่นๆไม่รับแล้ว – เพราะประกันชั้น 3 เป็นประกันรถยนต์ที่รถทุกคันสามารถทำได้ โดยไม่จำกัดอายุ
รถใช้งานน้อย –
รถใช้งานน้อยๆ นานๆทีใช้ ทำประกันชั้น 3 ติดไว้เผื่อขับไปชนรถแพงๆ หรือ ชนเสาไฟฟ้า จะได้ไม่ต้อง เสียเงินจ่ายค่าซ่อมให้เค้านะครับ ให้ประกันจ่ายแทน
อยากเซฟเงินในกระเป๋าสุดๆ –
เพราะประกันรถยนต์ชั้น 3 ราคาเพียง 2,000 กว่าบาทเท่านั้นครับ

* ประกันรถยนต์ชั้น 3 อย่างน้อยที่สุดควรมีติดรถไว้ครับ

ประกันรถยนต์ พรบ.

ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ต้องมีติดไว้ ถ้าไม่มีถือว่าผิดกฏหมาย

ประกันรถยนต์ภาคบังคับ – หรือ ที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ “พ.ร.บ.” เป็นประกันรถยนต์อีกอันที่ทุกคนต้องทำครับ (ถ้าไม่ทำจะ ไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้) โดยจะมีความคุ้มครองคนอย่างเดียว เช่น ค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยกรณีพิการหรือเสียชีวิต

* พ.ร.บ. จะคุ้มครองในวงเงินจำกัด เราถึงต้องทำประกันรถยนต์ชั้น 1 / 2 / 3 เพื่อแน่ใจว่าจะไม่ต้อง เข้าเนื้อเรานั่นเองครับ

ตารางเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้น
ระหว่างประกันรถยนต์ชั้น 1 / 2+ / 3+ / 2 และ 3

เลื่อนซ้าย / ขวา เพื่อดูตาราง

เปรียบเทียบความคุ้มครองประกันรถยนต์แต่ละชั้น ประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ประกันรถยนต์ชั้น 2 ประกันรถยนต์ชั้น 3
ประกันแต่ละชั้นคุ้มครองไม่เหมือนกัน
คุ้มครองรถยนต์ของเรา
ชนแบบไม่มีคู่กรณี
กรณีรถชนรถ
รถหายและไฟไหม้
ประกันคุ้มครองเหมือนกันทุกชั้น
คุ้มครองทรัพย์สินและรถยนต์ของคนอื่น
สิ่งของที่เราทำให้เกิดความเสียหาย (เช่น รถยนต์คนอื่น / ทรัพย์สินในรถยนต์คนอื่น / เสาไฟฟ้า)
คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชย
คนในรถของเรา
คนที่เราไปชน
คุ้มครองเพิ่มเติม
เงินประกันตัวผู้ขับขี่กรณีชนคนเสียชีวิต

* กรณีรถชนรถ หมายถึง ชนกับยานพาหนะทางบกอะไรก็ได้ เช่น มอเตอร์ไซค์ และ รถยนต์

บริษัทประกันชั้นนำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการ ซื้อ/ต่อ ประกันรถยนต์

วิธีซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ให้ปลอดภัย ก็คือ ก่อนซื้อให้ขอบัตรตัวแทนหรือนายหน้าขายประกันรถยนต์จาก คนขายมาเช็คให้ตรงกับชื่อที่เราจะโอนเงินไปครับ

เราเลือกผู้ขายที่น่าเชื่อถือและปลอดภัยมาให้แล้ว ถ้าหากมีปัญหา สามารถโทรเข้ามาหรือทัก LINE เข้ามาหาเราได้ตลอดเลยครับ และข้อดีของการซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์จะทำให้ได้ราคา ประกันรถยนต์ที่ถูก และโปรโมชั่นที่ดีด้วยครับ

ปัจจุบันมีช่องทางการซื้อประกันรถยนต์หลากหลายครับ ไม่ว่าจะเป็น

  •  การซื้อโดยตรงกับบริษัทประกันรถยนต์ ที่มีราคาดี แต่อาจจะผ่อนได้เฉพาะบัตรเครดิต
  •  การซื้อกับผู้ขาย เช่นโบรคเกอร์หรือตัวแทนประกัน ที่เน้นโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ผ่อนไม่ใช้บัตรเครดิต
  •  การซื้อผ่านเว็บประกัน ที่รวบรวมข้อมูลอย่างครบถ้วน

สำหรับรถยนต์ที่มีเงื่อนไขพิเศษ เราก็มีแผนประกันรถยนต์ที่รองรับอยู่แล้วครับ แต่อาจจะไม่ได้โชว์ในรุ่นรถทั่วไป สามารถทิ้งข้อมูลการติดต่อเอาไว้ให้เราโทรกลับ หรือ add LINE ของเรามาได้เลยครับ

ขึ้นอยู่กับประวัติการเคลมในปีที่ผ่านมาครับ ถ้ามีเคลมเป็นฝ่ายผิด ส่วนใหญ่แล้วปีนี้ราคาประกันรถยนต์จะเพิ่มสูงขึ้น แต่ถ้าไม่มีเคลมเป็นฝ่ายผิดเลย ปีนี้ราคาประกันรถยนต์จะถูกลงกว่าเจ้าอื่นๆอย่างน้อย 10% ครับ

  •  ถ้ามีเคลมลองดูบริษัทใหม่ไว้ดีกว่าครับ
  •  ถ้าไม่มีเคลมบริษัทเดิมก็เป็นตัวเลือกที่ดีในด้านราคาที่ถูกลงครับ

* ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆที่ทุกคนควรตัดสินใจเองด้วยนะครับ เช่น บริการของบริษัทนั้นๆ ความเร็วในการเคลม คุณภาพ การซ่อม

ประกันรถยนต์ชั้น 1 จะคุ้มครองรถเราครบทุกอย่าง ทั้งการชนแบบมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณี แต่ ประกันรถยนต์ ชั้น 2+ จะแตกต่างจากประกันชั้น 1 เพียงอย่างเดียว คือ ไม่คุ้มครองกรณีการชนแบบไม่มีคู่กรณีครับ คุ้มครองแค่ รถชนรถเท่านั้น

*  นอกจากนี้ราคาประกันรถยนต์ชั้น 2+ ยังถูกกว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 กว่าครึ่ง !

เช็คราคาประกันรถยนต์

กรอกข้อมูลเพื่อเช็คราคา


รวมแผนประกันจาก โบรคเกอร์และบริษัทประกันชั้นนำ ทั่วประเทศไทย